Pages: 1

พรีวิวโครงการ The Address สยาม-ราชเทวี

วันที่โพสต์: 09/05/2019
  • ที่ตั้ง
  • รูปแบบอาคาร
  • ส่วนกลาง
  • ความคุ้มค่า
8.5/10

The Address สยาม-ราชเทวี

เป็นการ Returnในการเขียนบทความให้ AP อย่างเป็นทางการในรอบ 5 ปี เลยก็ว่าได้วันนี้กับ The Address สยาม-ราชเทวี  อย่างไรก็ตามเต้ก็ยังเป็นเต้นะคร๊าบ ดังนั้นจงอย่าคาดหวังว่าจะได้เห็นอะไรที่ไม่จริงหรืออวยไส้ขาดจากบทความนี้ กลัวเพื่อนๆ ที่ตามอ่านกันจะผิดหวัง เพราะบทความนี้แม้จะเพื่อ AP แต่เต้ยังคง Concept เดิม นั่นคือ No Script ไม่มีการแก้ไขใดๆ จาก Developer ทุกคนจะได้อ่านพร้อมกัน ดังนั้นถ้าโครงการนี้ดีก็เพราะเต้คิดว่าดีจริงไม่ใช่โดนใบสั่งมาว่าต้องดี แต่ถ้าคิดว่าแย่ก็ต้องยอมรับกันปายยยยนะค๊าบบบ โดยในวันนี้เราจะคุยแต่ Location Price และ Spec ของโครงการล้วนๆ นะครับ งาน After-sale หรืออะไรอย่างอื่นเต้จะไม่พูด…55

ก่อนจะเข้าบทความ เต้ขอ Class Brand ของ AP ก่อนละกันนะครับ ใครมือใหม่จะได้เข้าใจPosition ของตัว Brand กันมากขึ้น โดยเริ่มต้นจากBrand ล่างสุดของ AP จะเป็น Aspireครับ ซึ่งLocation ทั่วไปของ Aspire จะอยู่ในบริเวณรถไฟฟ้าส่วนต่อขยาย หรือถ้าในเมืองหน่อยก็จะไม่ใกล้รถไฟฟ้า แต่โครงการจะอยู่ในย่านชุมชน Spec ห้องก็จะเบๆ หน่อย แต่ราคาก็ถือว่าใครๆ ก็จับต้องได้เพราะราคาห้องเริ่มต้นประมาณ1- 2 ล้านบาท ซึ่งจะเป็นห้องแบบห้อง Studio หรือ 1 ห้องนอน ก็ได้ โดยขึ้นอยู่กับ Location และขนาดของห้อง จาก Aspire ต่อด้วย Life ครับ ซึ่ง Brand นี้จะกระชากขึ้นมาค่อนข้างแรงเลยถ้าเทียบกับ Location และ Specification ครับ เพราะ Life เกือบทุกโครงการจะอยู่ในเมือง บางโครงการใกล้รถไฟฟ้า/เกือบติดรถไฟฟ้า Spec ห้องในภาพรวมค่อนข้างดี ส่วนกลางสวย แต่ในหลายๆ โครงการจำนวนยูนิตจะค่อนข้างมหาศาล แต่ราคาถือว่าจะถูกที่สุดถ้าเทียบกับโครงการอื่นๆ ในย่านเดียวกัน จาก Life ส่งต่อไปที่ Rhythm สำหรับ Brand นี้มีบางช่วงที่เป๋ไปบ้าง แต่ตัวหลังๆ เหมือนจะ Back on track ละ Character ของ Brand นี้ก็คือLocation ดี ส่วนกลางสวย แต่ Spec ห้องยังเหลื่อมๆ กับ Life ในบางโครงการ สำหรับ Location จะค่อนข้าง Prime นิดนึง และท้ายสุด

The Address

Brand นี้ในอดีตถือว่าเป็น Brand ที่สร้างชื่อเสียงให้กับAP เป็นอย่างมาก ในสมัยที่เริ่มเปิดตัว Brand นี้ใหม่ๆโดยคำว่าคอนโดในSegment Luxury ยังมีคนพูดถึงไม่มาก โดยโครงการที่สร้างชื่อเสียงให้กับAP มากที่สุดก็คือ การเปิดตัวโครงการ The Address พร้อมกัน 3 โครงการในช่วงเวลาเดียวกัน ซึ่งประกอบไปด้วยThe Address Sukhumvit 28, The Address Sathorn และท้ายสุด The Address Asoke และก่อนจะปิดตำนาน The Address ทาง AP ได้ปล่อย The Address Sukhumvit 61เป็นโครงการสุดท้าย หลังจากนั้นก็ไม่มีการนำ Brand นี้มาใช้อีกเลยในช่วงระยะเวลา 8 ปีที่ผ่านมา

สิ่งที่ทำให้ Brand The Address ประสบความสำเร็จ

Location

ทุกตัวภายใต้Brand The Address นั้น Location คือ คำตอบของทุกสิ่ง ดังจะเห็นได้จาก The Address 4 ตัวที่ผมพูดถึง (ความจริงมีมากกว่านี้นะ แต่ขอพูดแค่ 4 ละกันนะครับ) ตัวแรกสุขุมวิท 28 Prime จนไม่รู้ว่าจะ Prime ยังไงแล้วแม้ช่วงนั้น EM District ยังไม่เกิดก็ตาม ตัวที่ 2 สาทร เป็นย่าน Business districtซึ่งที่ดินในโซนนั้นหายากเหลือเกิน ตัวที่ 3 อโศก โครงการนี้เป็นโครงการแรกๆ ในย่านนั้นเลยครับมีมาก่อนคำว่า New CBD จะใช้กันซะอีก และท้ายสุดสุขุมวิท 61 กับซอยที่ขึ้นชื่อว่าน่าอยู่อาศัยมากที่สุด ณ เวลาที่โครงการเหล่านั้นเปิดตัว หลายๆ Location อาจจะไม่ใช่ภาพเหมือนที่เราเห็นทุกวันนี้ แต่ก็นั่นล่ะครับ Location ที่ดีท้ายที่สุดก็จะสะท้อนไปที่ตัวโครงการ และราคาที่ปรับตัวขึ้นเสมอมา

Room Specification

เอาจริงๆ ที่กล้าเขียนประวัติ Brandของ The Address เพราะว่าเต้เองก็เคยซื้อโครงการ The Address ตัวนึงเหมือนกัน ยังจำได้เลยว่าวันนั้นเซลที่เคยขายโครงการของอนันดา ย้ายมาขายที่APเลยชวนให้ไปดูโครงการ วันนั้นว่างๆ เลยตั้งใจจะไปดูเล่นๆ ไม่ได้ตั้งใจจะซื้อหรอก จะเอาปัญญาที่ไหนไปซื้อตอนนั้น ณ เวลาดังกล่าวยังม่ายมีเงินเลย แต่พอเข้าไปในโครงการ OMG!!! เกิดมาไม่เคยเห็นโครงการไหนทำ Sales Gallery สวยขนาดนี้ ช่วงนั้นเต้ยังไม่รู้เลยว่าคอนโด Luxury คืออะไร แต่ ณ เวลานั้น จำได้เลยว่ามันสวยมาก พอเดินมาที่ห้องตัวอย่าง โครงการมาแบบ Fully Furnished มีแต่ Spec ที่ไม่เคยเห็นไม่ว่าจะเป็นBuilt in ที่ทำจาก ไฮกรอส สมัยนั้นยังไม่มี Brand ไหนให้ไฮกรอสเลยมั้งครับ มาดูพื้น Engineering Wood พื้นไม้จริงที่พึ่งเคยเห็นเหมือนกัน หลืบม่านก็มีไฟ เฟอร์นิเจอร์ที่ให้ก็สวยสุดๆ เข้าไปในห้องน้ำแทบ Shock อ่าง Jacuzzi ก๊อกล้างมือแบบผสม Rain Shower แบบ Built in ไฟหลังกระจกเงาในห้องน้ำก็มี ประตูห้องน้ำเป็นกระจกหมด สวยม๊ากกกก Spec แบบนั้นถ้ามาใส่ในโครงการปัจจุบันยังถือว่าหรูม๊ากเลยครับ แต่เมื่อเกือบ 10 ปีก่อน เต้บอกเลยว่ามันคือ นวัตกรรมการออกแบบเลยก็ว่าได้ เพราะเป็น Developer รายแรกๆ ที่ให้ Spec กันขนาดนี้ หลังจากนั้นการก่อหนี้ก้อนใหญ่ของเต้ก็เกิดขึ้น…

Facilities

พูดแบบภาพรวมเลยนะครับ The Address ทั้ง 4 ตัว ที่ผมกล่าวถึง ส่วนกลางนั้นสุดยอดมากครับ ถือว่าเป็นปฐมบทของความ Luxury ที่Developer รายอื่นๆ ยังต้อง Copy ตาม ไม่ว่าจะเป็น Double Facilities อย่าง The Address Sathorn หรือ The Address Asoke กับความหรูหราสุดวิ้งด้วย Stainless Mirror มาพร้อม Onsen หรือการใช้หินอ่อนในห้องชุด ของ The Address Sukhumvit 28 และท้ายสุดกับการ Twist ความเป็นไทยอย่างลงตัวของ The Address Sukhumvit 61 แต่สิ่งที่เต้ประทับใจไม่รู้ลืม แม้จะผ่านมาเกือบ 10 ปีแล้ว ก็คือL obby ของ The Address Sathorn เห็นครั้งแรกตกใจเลย ความงามประหนึ่งโรงแรม 5 ดาว โดยเฉพาะโถงลิฟท์ ที่จัด Lighting อย่างสวยงาม เอ…เต้ชม APมากไปมะ? ม่ายนะ เราเอา Fact มาคุยกัน นี่คือเรื่องที่เกิดขึ้นจริง และความรู้สึกที่ไม่เคยลืม…

Price

เนื่องจากการตั้งราคาที่ทำออกมาได้ดี ทั้ง 3 โครงการถึงแม้ว่าจะไม่ Sold out ในวันเดียวแต่ยอดขายถือว่าประสบความสำเร็จทุกโครงการ เหตุผลก็คือ การตั้งราคาที่สมเหตุสมผล + Location ที่ดี โดยหลังจากโครงการ Sold out ไปแล้วราคาก็ปรับขึ้นเสมอมา เอาเป็นว่าใครซื้อไปในวันนั้นไม่ว่าห้องไหนก็ตาม ถ้าขายในวันนี้ยังไงก็กำไร แต่จะมากจะน้อยขึ้นอยู่กับต้นทุนและตำแหน่งห้องที่แต่ละคนมี โดยราคาเริ่มต้นและประปรับขึ้นมีประมาณนี้ครับ

The Address Sukhumvit 28

เมื่อก่อนตารางเมตรละ 1.5x แสน แต่ตอนนี้ราคาขึ้นมาเป็นตารางเมตรละ 2.4x แสนบาท

The Address Sathorn

เมื่อก่อนตารางเมตรละ 1.2 แสน แต่ตอนนี้ราคาขึ้นมาเป็นตารางเมตรละ 1.8x-1.9x แสนบาท

The Address Asoke

เมื่อก่อนตารางเมตรละ 1.1x แสน แต่ตอนนี้ราคาขึ้นมาเป็นตารางเมตรละ 1.5x-1.6x แสนบาท

นี่แหละครับความสำเร็จจาก Brand นี้ในมุมมองของเต้

จาก The Address ตัวสุดท้ายอย่าง The Address Sukhumvit 61 กาลเวลาก็ผ่านไปประมาณ 8 ปี จวบจนวันนี้ Brand The Address ได้กลับมาอีกครั้งซึ่งมาพร้อมกับชื่อโครงการ The Address สยาม – ราชเทวี

The Address สยาม – ราชเทวี

Location

พิกัดของโครงการจะอยู่บนถนนเพชรบุรี 14 ถ้าเดินทางโดย BTS ราชเทวี จะห่างจากโครงการประมาณ 150เมตร และจากทางเข้าไปที่ตัวตึกอีกประมาณ 90 เมตร ระยะทางรวมๆ แล้วก็ประมาณ 240 เมตร ซึ่งผมมองว่าเป็นระยะทางเดินที่ค่อนข้างใกล้ครับถ้าใครใช้ BTS เป็นหลัก ในแง่ของการเดินทางโดยรถยนต์ก็แอบง่ายกว่าคอนโดที่ตั้งอยู่ถนนเพชรบุรี (ฝั่งพันทิป) เช่น โครงการตระกูล Ideo  เพราะถ้ามาจากสยามเวลาเข้าโครงการไม่ต้องไปกลับรถบริเวณBTS พญาไท สามารถเลี้ยวซ้ายที่แยกราชเทวีมาที่โครงการได้เลย 

โครงการ

สำหรับโครงการ The Address สยาม-ราชเทวี มีพื้นที่ 3-1-55 ไร่ เป็นอาคารสูง 50 ชั้น ซึ่งเป็นคอนโดที่สูงที่สุดในบริเวณนั้นโดยจะมีจำนวนยูนิตถึง 880 ยูนิต เอาจริงๆ จำนวนยูนิตนั้นแอบไม่น้อยนะเนี่ยมากกว่า Rhythm เกือบทุกตัวตั้งแต่เปิดตัวมา แต่ก็เข้าใจ เพราะโครงการเป็นตึกที่สูงมาก จำนวนยูนิตจึงสูงตาม โดยขนาดห้องของโครงการนี้มีดังนี้

  • 1 ห้องนอน ขนาด 31-35 ตารางเมตร
  • 1 ห้องนอน (ดูเพล็กซ์) ขนาด 50 ตารางเมตร
  • 2 ห้องนอน ขนาด 51-68 ตารางเมตร
  • 2 ห้องนอน (ดูเพล็กซ์) ขนาด 65 ตารางเมตร
  • 3 ห้องนอน ขนาด 85 ตารางเมตร

ซึ่งถ้าดูจากขนาดห้องแล้วจะเห็นว่าเป็นโครงการ The Address ที่มีไซด์เริ่มต้นเล็กที่สุดตั้งแต่เคยมี Brand นี้มา ข้อดีก็คือ เราสามารถจับต้องกันง่ายขึ้น ข้อเสียก็คือความ Privateของการใช้ส่วนกลางอาจจะลดลงเนื่องจากโครงการสามารถทำจำนวนยูนิตเพิ่มขึ้นได้จากไซด์ห้องที่เล็กลง

Facilities

Based on งานเก่าๆ ที่สร้างเสร็จไปแล้วไม่ว่าจะเป็นLife หรือ Rhythm จะเห็นว่า AP เป็นอีกหนึ่ง Developer ที่ใช้ Material เป็น ที่ผมพูดว่าใช้เป็นเนื่องจาก บาง Developer ต่อให้ใช้Material ราคาแพงแต่ Taste ไม่มี สุดท้ายพอโครงการเสร็จของแพงที่เอามาใช้ก็ดูถูกขึ้นมาได้ในทันที ไม่ได้ดูแพงอย่างที่มันควรเป็น อย่างล่าสุดของก็โครงการ XX Elite แถวพญาไท ที่เห็นแล้วว่า Combination งานออกแบบ และ Material นั้นพังพินาศมาก แต่ในกรณีเช่นนี้ไม่น่าเกิดขึ้นกับ AP ยิ่งดูจากโครงการที่ผ่านมาในช่วง1-2 ปี ถือว่าทำงานส่วนกลางได้ออกมาค่อนข้างดี และตัวนี้เป็น The Address + จำนวนยูนิตที่ถือว่าไม่น้อย จึงค่อนข้างเชื่อใจได้ว่า งานส่วนกลางน่าจะมาแบบอลังไม่แพ้โครงการใน Segment Luxury – Super Luxuryโครงการไหนในกรุงเทพเป็นแน่ โดยนางเอกหรือ Materialที่จะใช้ชูโรงในโครงการนี้ก็คือ หินอ่อน Statuario ซึ่งในวงการจะเรียกว่าQueen of marble โดยเป็นหินอ่อนสีขาวตัดด้วย Vein สีเทา ซึ่งเป็นหินที่แพงมาก ถ้าลายสวยๆ ราคาแพงกว่า Palisandro หรือ Palisdamdro Bluette เสียอีก โดยหินชนิดนี้จะกระจายอยู่ในส่วนต่างๆของโครงการ ซึ่งเราจะมาดูกันว่าจะงามแค่ไหน สู้ 98 Wireless ได้หรือไม่

นอกจากงาน Interior ที่ใช้วัสดุค่อนข้างดีแล้วงานExterior โครงการนี้ AP ก็ลงทุนไม่น้อย เพราะ Facade ของโครงการจะใช้เป็นหิน Limestone มาใช้กรุที่ผนังรอบๆ ตัวโครงการ โดยหินตัวนี้จะใช้ในโครงการSegment Super Luxury เท่านั้น ไม่ว่าเป็น 98 Wireless, Diplomat, Navati

สำหรับงานส่วนกลางของโครงการนี้จะมี 8 ส่วน โดยจะมีชื่อที่เรียกยากๆ ดังนี้

  1. Piman Lounge
  2. Mayura Lounge
  3. Thewi Garden
  4. The Scented Garden
  5. The Sky Garden
  6. The Sky Chamber
  7. The Sky pool
  8. Fitness room

หรือจะพูดให้เข้าใจง่ายๆ ก็คือมี Lobby, Sky Lounge, Pool และ Fitness นอกจากนี้ยังมี สวนในชั้นต่างๆ ที่มีจุดขายก็คือ การใช้ต้นไม้/ดอกไม้ที่มีกลิ่นหอมมาเป็น Signature ของสวน หรือในชั้นที่สูงๆ หน่อยอย่างชั้น 50 ก็จะได้วิวสุด Stun แบบ 360 องศา โดยโครงการ The Address สยาม-ราชเทวี จะเป็นตึกที่สูงที่สุดในบริเวณนี้ นอกจากนี้อีกหนึ่ง Big selling point ของโครงการนี้ก็คือ สระว่ายน้ำมีพื้นที่ความยาวถึง50 เมตร ซึ่งจะมาพร้อมกับ Hydrotherapy ส่วนกลางชิ้นนี้ ยืมมาจาก Vittorio ซึ่งคอนโดใน Segment ของ Super Luxury ของ AP และปิดท้ายที่ห้อง Fitness ที่เครื่องเล่นภายในห้องจะเป็นของ Techno gym โดยมี Highlight อยู่ที่เครื่อง Kinesis แต่จะมากี่เครื่อง และขนาดของห้อง Fitness จะใหญ่มากน้อยแค่ไหน คงต้องติดตามกันต่อไป สำหรับส่วนกลางตอนนี้มีข้อมูลมาประมาณนี้ครับ อย่างไรก็ตามถ้าดูในภาพรวมตอนนี้ Function การใช้งาน และความหลากหลายอาจจะยังดูน้อยไปหน่อยกับโครงการ 880 ยูนิต ก็ต้องดูกันอีกทีว่า พอโครงการนี้ Officialจริงๆ แล้วจะมีอะไรเพิ่มเติมอีกไหม ซึ่งผมคิดว่าน่าจะมีมากกว่านี้ เพราะจำนวนยูนิตของโครงการนี้ถือว่าไม่น้อยอยู่ครับ

Room

โครงการนี้เป็น Fully Fitted ครับ โดยจะไม่เป็นโครงการแบบ Fully Furnished แบบ The Address ตัวเก่าๆแล้วครับ ซึ่งภายในห้องชุดจะมีเพียงห้องน้ำและชุดครัวให้ครับ ส่วนงาน Built in ก็ไม่มีให้เลย โดย Spec พื้นฐานของห้องชุดต่างๆ จะมีดังนี้ครับ

  • ความสูงสำหรับห้องStandard จะอยู่ที่ 3 เมตร สำหรับห้อง Duplex จะอยู่ที่ 5.8 เมตร และ ห้องนอนของห้อง Duplex จะอยู่ที่ 2.7 เมตร ในเรื่องของความสูงถือว่าถูกใจเต้ โดยเมื่อย้อนกลับไปมองที่ราคาขายถือว่าให้ดีเกินราคาถ้าเทียบกับโครงการเปิดใหม่สมัยนี้
  • ขนาดของความสูงของกระจกอยู่ที่ 2.7 เมตร ถ้ามองย้อนมาที่ราคาขายก็ถือว่าให้ไม่แย่ครับ แต่การแบ่งขนาดกระจกยังไม่ค่อยถูกใจเต้เท่าไหร่ น่าจะได้เป็นบานเต็ม
  • พื้นจะเป็น Engineering Wood แบบพิเศษที่จะทนน้ำทำให้ไม่บวมและทนแรงกระแทกทำให้การเกิดรอยยากขึ้น Specตัวนี้เต้ชอบ เพราะปกติ Engineering Wood จะเป็นอะไรที่ Sensitive แต่ Engineering Wood ของโครงการนี้มาแบบถึกและทน ในเวลาเดียวกันความหรูของ Material ยังคงมีอยู่
  • Master Switch โครงการนี้ไม่มี Home Automation แต่การทำงานของ Master Switch ก็คือ Switch ตัวเดียวสามารถปิดไฟทุกจุดได้ทั้งห้อง ตัวนี้ก็ชอบ ไม่เหมือนใครดี
  • Digital Door Lock ที่มาพร้อมกับ Feature อย่าง One time password โดยเป็น Brand ของ Yell Spec ดี Brand ดี ครับ ชอบอีกเช่นกัน
  • ระเบียงราวกันตกใช้กระจกLaminate ขนาดใหญ่ ชอบครับ

ชุดครัว

ชุดครัวของโครงการ The Address สยาม-ราชเทวี มาค่อนข้างดีมาก ถ้าเทียบกับโครงการตารางเมตรละสองแสนบาทที่เปิดขายในเวลานี้ ไม่ว่าจะเป็น ชุดครัวของ Kohler ไม่เคยเห็นช่ายม๊าาา เอาจริงๆ เต้ก็ไม่เคยเห็น โดยมีหน้าบานเป็น Laminate hairline สีทอง นอกจากนี้ยังแอบชอบ Functionที่วางของตรงผนังซึ่งทำออกมาได้ Practical ดี สำหรับสิ่งที่ผมถือว่าเป็น Highlight ของชุดครัวก็คือ เตาไฟฟ้าและไมโครเวฟของ Kuppersbush ที่ให้รุ่นดีกว่า Super Luxury บางโครงการเสียอีก สำหรับสิ่งที่ไม่ค่อยชอบก็คงจะเป็นก๊อกล้างจานที่ผมมองว่าดูธรรมดาไปนิดนึง อาจเนื่องด้วยใน Part อื่นของชุดครัวให้ค่อนข้างดี มีแต่ก๊อกที่ดูธรรมดาไปหน่อยเลยดูแปลกแยกจากส่วนอื่น

ห้องน้ำ

ห้องน้ำของโครงการนี้เป็นห้องน้ำสำเร็จรูปครับ เอาจริงๆ ก็พึ่งเคยเจอโครงการในSegment Luxury ที่ให้ห้องน้ำสำเร็จรูป บางคนอาจคิดว่าห้องน้ำสำเร็จรูปถูกหรือเปล่า?ไม่ดีไหม?คำตอบคือผิดห้องน้ำสำเร็จรูป ต้นทุนการก่อสร้างแพงกว่าห้องน้ำปกตินะครับ แต่สิ่งที่ได้มาก็คือ ความรวดเร็วในการติดตั้งครับและความเนี๊ยบของงานจึงทำให้หลายๆ Developer เริ่มใช้กัน สำหรับ Spec ในห้องน้ำมาแบบผสมผสานครับ ส่วนที่ดีก็ดี๊ดีเลยครับ ส่วนที่ธรรมดาก็ธรรมดาไปเลย เริ่มต้นที่รักและเลิฟก็คือ Washlet กับ Jacuzzi ณ ราคาตารางเมตรละสองแสน ไม่มีโครงการไหนที่ให้ Spec 2 ตัวนี้เป็นแน่ครับ โดยเฉพาะ Washletให้ตัวดีมากของ TOTO ได้ใจไปเต็มๆ และได้ทุกห้องน้ำด้วยนะครับ ไม่ว่าจะเป็นห้องน้ำเล็กหรือห้องน้ำใหญ่ สำหรับ Spec ที่แอบเสียดาย แต่ก็แอบเข้าใจ เพราะคาดว่าโครงการอยากกดราคาต่อตารางเมตรให้ต่ำลง Spec ตัวนั้นก็คือ ก๊อกของอ่างล้างมือที่ Design ธรรมดาม๊าก นอกจากนี้ยังไม่ใช่ก๊อกผสมด้วย ผมว่า Segment นี้ควรจะผสมละ แต่นั่นล่ะครับสุดท้ายก็จบลงที่ Cost และส่วนสุดท้ายที่จะ Comment ก็คือ Rain shower ที่รู้สึก 2 อารมณ์มาก Segment นี้ควรเป็น Built in แต่ราคาโครงการไม่แพงเหมือน Segment ของโครงการที่วางไว้ นอกจากนี้ Rain Shower ยังได้ตัวควบคุมการสวิงของอุณหภูมิน้ำด้วย ซึ่งเป็น Function ที่ดีซึ่งถ้าเทรดกับตัว Rain shower แบบ Built in ที่ฝ้าหรือติดที่ผนังก็น่าจะเทรดกันได้อยู่ นอกจากนี้ตัว Rain shower ก็ใหญ่อยู่นะ…พอออกมาแบบนี้ผมก็ไปต่อไม่ถูกเลย ผมขอไม่สรุปละกัน Part นี้สรุปกันเองนะ

2 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ

ห้องนั่งเล่น

ห้องนอน Master

ห้องน้ำ Master

ห้องนอน 2

ห้องน้ำ 2

ครัว

ห้องเก็บของ

ระเบียง

ตอนแรกว่าจะเขียนพรีวิวข้อมูลทั่วไปของ The Address สยาม-ราชเทวี  แต่เขียนไปเขียนมาก็เกือบจะเป็นรีวิวนิดๆ ละ ผมเชื่อว่าหลายๆ คนคงอยากรู้ว่าผมรู้สึกอย่างไรกับโครงการนี้….เอาแบบ No script no drama เลยนะ ตอนเห็นราคาครั้งแรก ก็นึกในใจว่าราคาก็ไม่ถูกมาก แต่ถามว่าแพงไหม ตอบเลยว่าไม่แพง พอมองมาดูที่ Spec ห้อง เต้ดูออกเลยว่ามีการทอน Spec ลงในบางส่วน เพื่อให้ขายในราคาปัจจุบันได้ ดูง่ายๆ ได้ว่า The Address Version เก่า ในบาง Part แอบดีกว่าตัวใหม่ อย่างไรก็ตามถ้ามองในภาพรวมแล้ว The Address สยาม – ราชเทวี ยังคงดีกว่า The Address ใน Version เก่าๆ หลายๆ ตัวนะ ไม่ว่าจะเป็นความสูงห้องที่มาถึง 3 เมตร ของเก่า 2.6 เมตร ที่ผมมองว่าเป็น Big jump เลย Spec ครัว ที่มาดีมาก สำหรับห้องน้ำถือว่ามาค่อนข้างดีอีกเช่นกัน  

กลับมามองที่ราคาแบบลึกๆ ถ้าเทียบกับโครงการอื่น…เช่น BTS พระโขนง ก็ตารางเมตรละ 2 แสนละ แถวรัชโยธินก็ขายกันตารางเมตรละ 2 แสนอีกเช่นกัน คำถามคือ ราคาเท่ากันอยากอยู่ที่ไหนมากกว่ากันน๊า ถ้ามองกันที่ Spec 2 โครงการที่กล่าวถึง Spec ก็ยังแพ้ The Address สยาม-ราชเทวี อยู่ดีนะ

สรุปแล้วถ้าพิจารณาดีๆ เต้ค่อนข้างเข้าใจด้วยเหตุและผลของการตั้งราคาขายและ Specification ของโครงการนี้ ในภาพรวมนั้นเต้ค่อนข้าง Happy นะ จริงอยู่อาจจะมีมุมมองให้ติ (มีโครงการไหนเต้ไม่ติบ้าง55) แต่ในสิ่งที่ติอาจจะไม่ใช่สาระสำคัญมากนักของการอยู่อาศัย เพราะเอาจริงๆ แล้วตอนเขียนโครงการนี้มีความขัดแย้งในอารมณ์ค่อนข้างสูงมาก เพราะตัว Position ของ Brand เต้วางไว้สูงเนื่องจากในซีรี่ย์เก่าๆ ของ Brand นี้ที่ทำไว้ ถือว่าเป็นที่สุดในยุคนั้น ดังนั้นความคาดหวังมาเต็ม แต่พอมาเจอของจริงก็มีบางสิ่งที่คิดว่าน่าจะไปไกลกว่านี้ได้ แต่ก็อีกละครับ…พอมาดูราคา…อ้าว!!ขายแค่นี้เอง ดังนั้นจึงเกิดมิติของการทับซ้อนระหว่าง Position ของ Brand พ่วงเข้ามาด้วย

สำหรับในเรื่องของราคา จริงๆ แล้ว ราคาที่คุยกันแรกๆ นั้นประมาณตารางเมตรละสองแสนปลายๆถึง 3 แสนบาทเลยครับ ซึ่งถ้าเปิดมาราคานั้นเต้ว่าอะไรที่เต้ติในวันนี้ AP ปิดช่องโหว่หมด เพราะ Budget ในห้องจะมีมากขึ้น แต่ก็ต้องแลกมากับราคาห้องที่สูงขึ้นอีกอย่างน้อยห้องละประมาณล้านกว่าบาท ซึ่งผมเดาใจ AP ว่าถ้ามาราคานี้จริงอาจจะไม่คุ้มเท่าไหร่เพราะจะทำให้ขายยากขึ้น ดังนั้น AP จึงเลือกที่จะเก็บ Spec ที่เป็นที่สุดและใช้งานได้จริงไว้ ไม่ว่าจะเป็นความสูงห้อง Spec ชุดครัว หรือ Washlet ในห้องน้ำไว้ และทอน Spec บางอย่างลง ส่วนตัวแล้ว ถ้า Spec แบบนี้แล้วเอา Brand Rhythm มาใช้ และขายราคานี้เต้จะรู้สึกขัดแย้งน้อยกว่านี้นะ โดยถ้าใช้จริง Rhythm ตัวนี้จะเป็น Super Rhythm เลยล่ะครับ55 อย่างไรก็ตามถ้าเต้ตัด Brand ออกไปดูแค่ Specification, Price และ Location ผมว่าโครงการนี้ทำราคาออกมาได้ค่อนข้างดีมาก ถามว่าแพงไหม ส่วนตัวคิดว่าไม่แพง แต่ขอราคาซื้อไม่เกิน 2.3 แสนบาทต่อตารางเมตรจะถือว่าดีมาก จบแล้วเนอะกับพรีวิวโครงการนี้ ดังนั้นใครสนใจโครงการแถวราชเทวี ราคานี้ถือว่าถูกที่สุดสำหรับโครงการเปิดใหม่ในย่านนี้แล้วล่ะครับ โครงการใกล้รถไฟฟ้า Spec ดี ส่วนกลางหรูชัวร์ บริษัทมั่นคง ซื้อแล้วสร้างชัวร์ไม่หลอกให้ผ่อนดาวน์เหมือนบางโครงการแถวนั้น…..อะไร Signature น๊าาาาาา เต้นี้แย่มาก แย่จริงๆ…ชาติก่อนเป็นไก่ไหมเนี๊ย ชอบจิกกัดชาวบ้านไปทั่ว 🙂

แสดงความคิดเห็น

Pages: 1